21 มิถุนายน, 2021 #วัฒนธรรม

“ โสกผีดิบ ” จากตำนานสู่แหล่งท่องเที่ยว

“ โสกผีดิบ ” จากตำนานสู่แหล่งทองเที่ยว

           ลักษณะทางภูมิศาสตร์ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พื้นที่ตอนกลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีลักษณะคล้ายแอ่งกระทะ ดินปนทราย ไม่อุ้มน้ำ น้ำซึมผ่านอย่างรวดเร็ว ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศร้อนแห้งโดยเฉพาะในฤดูแล้ง มีเอกลักษณ์ทางธรรมชาติ คือ แผ่นดินหินทราย มีช่วงฤดูแล้งยาวนานกว่าฤดูฝน ทำให้พืชพรรณส่วนใหญ่เป็นป่าเต็งรัง ส่งผลให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีลักษณะทางภูมิศาสตร์เป็นหินทราย  อำเภอพลในอดีตถือว่าเป็นแผ่นดินที่มีชัยภูมิที่เหมาะสม เพราะมีแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์ ในสมัยกรุงธนบุรี กลุ่มแม่ทัพได้เลือกเมืองพลเป็นจุดยุทธศาสตร์ในการป้องกันข้าศึก ส่งผลให้ปัจจุบันเมืองพล มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย โดยเฉพาะทางธรณีวิทยา คือ “โสกผีดิบ ”  ที่แต่เดิมเคยเป็นตำนานเล่าขานรุ่นสู่รุ่น

     ตำนานเล่าขานโสกผีดิบ

“ โสกผีดิบ ” จากตำนานสู่แหล่งทองเที่ยว

        แต่เดิม “ โสกผีดิบ ”  คำว่า “โสก ” (ภาษาถิ่นอีสาน) คือแผ่นดินที่ถูกน้ำที่ไหลผ่านกัดเซาะจะกลายเป็นแอ่ง เคยเป็นตำนานลี้ลับที่เล่าขานกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษอย่างช้านาน  โดยโสกแห่งนี้มีความเฮี้ยนมาก เพราะในช่วง ปี พ.ศ.2480 ได้เกิดโรคระบาดจากหมู่บ้านใกล้เคียงแห่งหนึ่ง คือ โรคห่า  การแพร่ระบาดของโรคนี้ไม่ใช้เพียงแค่หมู่บ้านี้แห่งเดียว ยังตกกระจายไปถึงหมู่บ้านบริเวณรอบ ๆ ด้วย

ส่งผลให้ชาวบ้านที่อาศัยบริเวณหมู่บ้านนี้และใกล้เคียงเกิดล้มป่วยเป็นจำนวนมากและเสียชีวิตในที่สุด เพราะวิทยาการการแพทย์ในสมัยนั้นยังไม่เจริญเท่าที่ควร หลังมีคนตายจากโรคห่าเป็นจำนวนมากก็ไม่สามารถประกอบพิธีทางศาสนาได้อย่างทันเวลา จึงต้องนำซากศพที่ตายแล้วไปทิ้งไว้บริเวณแอ่งที่น้ำไหลกัดเซาะ จึงเป็นที่มาของ โสกผีดิบ  ส่วนชาวบ้านที่ยังมีชีวิตอยู่ก็ได้อพยพออกจากหมูบ้านแห่งนี้ เพราะกลัวจะติดโรคห่า

      ตำนานที่สองของโสกผีดิบ โดยคำบอกเล่าจากผู้เฒ่าผู้แก่สมัยโบราณ ทุกคืน 15 ค่ำ  จะได้ยินเสียงซากศพที่ตายไปแล้วกรีดร้องอย่างโหยหวน โดยเฉพาะคนที่นำวัวและควายไปยังบริเวณโศกแห่งนี้ จะเรื่องแปลกประหลาด เช่น โดนผีอำ ในที่นี้หมายถึง ถูกบังบดมองไม่เห็นทาง หรือบางทีวัวและความที่เอาไปหายอย่างลึกลับก็มี

“ โสกผีดิบ ” จากตำนานสู่แหล่งทองเที่ยว

     ส่วนตำนานสุดท้าย มีการเล่าขานว่า มีนายพรานคนหนึ่งได้เข่าไปล่าสัตว์ในบริเวณนี้ เพราโสกแห่งนี้มีน้ำขังเป็นจำนวนมาก จึงเป็นเรื่องปกติที่สัตว์เหล่านั้นเข้าไปกินน้ำในบริเวณนั้น นายพรานจ้องจะยิงสัตว์ตัวไหนก็ไม่ตายสักตัว ด้วยความอยากได้สัตว์กลับบ้านเพื่อนำไปเป็นอาหารให้ลูกเมีย นายพรานจึงยกมือไหว้อธิษฐานขอพรและคำอธิษฐานของเขาคือ “สาธุ”  ถ้าได้สัตวกลับไปบ้านแล้วจะพาเพื่อนฝูงมาทำบุญสักการะบูชา หลังจากสิ้นสุดคำปรารถนา เขาก็ได้สัตว์กลับบ้านได้อย่างสมใจอยาก จากตำนานนี้จึงได้เกิดศาลเพียงตาในโสกผีดิบ

         การก้าวสู่เป็นแหล่งทองเที่ยวของ “ โสกผีดิบ ”

            เมื่อปี 2545 รองปลัดฝ่ายปฏิบัติงานด้านทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ได้ลงพื้นที่สำรวจพื้นที่ป่าโสกนกเต็น จึงมาพบโสกผีดิบ ซึ่งมีรูปพรรณสัณฐานที่แปลกตาและน่าสนใจมาก  จึงทาบทามกลุ่มเด็กเยาวชนเพื่อเข้ากลุ่มเยาวชนคนรักถิ่น(ปัจจุบันจบการศึกษาไปแล้ว)

       ซึ่งได้มีการจัดทำโครงการอย่างต่อเนื่องเรื่อยมา จนทำให้ตำบลโสกนกเต็น อำเภอพล จังหวัดขอนแก่น เป็นต้นแบบ หรือ “ ขอนแก่นโมเดล ”  ดังนั้นจึงมีการนำเอาเรื่องราวทางคติชน ไปเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านได้รับทราบว่า ไม่ใช่ผืนป่าธรรม แต่เป็นผืนป่าที่เต็มไปด้วยร่องรอยทางคติชน วัฒนธรรม  ตำนานที่เล่าขานกันมารุ่นสู่รุ่น

       ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านมานานเพียงใดก็ตาม  ในช่วง 10 ปีที่ผ่านโสกผีดิบ ได้รับการอนุรักษ์ มีการปลูกป่าเพิ่ม ปรับปรุงภูมิทัศน์ให้สวยงามอยู่เสมอ เพื่อยกระดับให้เป็นสถานที่ท่องในอนาคตข้างหน้า จึงทำให้โสกผีดิบกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ทำให้เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป และทำให้ชุมชนบ้านหนองบัว ได้รับยกย่องเป็น “ ชุมชนนวัตวิถี ” จากกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เมื่อปี พ.ศ.2561

         โสกผีดิบ ไม่ใช่แค่สถานที่ท่องเที่ยวธรรมดา แต่เป็นสถานที่เต็มไปด้วยความเชื่อ ตำนานเล่าขานรุ่นสู่รุ่น อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดี การปรับปรุงจากหลายฝ่ายอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของอำเภอพล อย่าลืมให้กำลังใจด้วยการกดติดตาม artworkkid ด้วยนะคะ

แนะนำบทความที่น่าสนใจ

สาว ๆ กับครีมกันแดด ถือเป็นอะไรที่แยกออกจากกันไม่ได้จริง ๆ กว่าจะออกจากบ้านได้แต่ละที เราต้องอาบครีมกันแดดกันแทบทั้งกระปุก ก็แหม๋! แดดประเทศไทยมันร้อนแรงไม่มีแผ่ว ถ้าเราไม่ป้องกันอย่างดี ไขข้อสงสัย อยู่บ้านต้องทากันแดดไหมนะ จำเป็นแค่ไหน ตามไปอ่านกันได้เลย