12 กรกฎาคม, 2021 #สาระน่ารู้

มาลัยสามชาย ละครพีเรียดชิ้นโบว์แดง ที่ถ่ายทอดวัฒนธรรมได้อย่างลงตัว

มาลัยสามชาย ละครพีเรียดชิ้นโบว์แดง ที่ถ่ายทอดวัฒนธรรมได้อย่างลงตัว

                   วันนี้ artworkkid.com จะมาขอรีวิวละครเรื่องหนึ่ง ที่สร้างจากนวนิยายของว.วินิจฉัยกุล หรือ คุณหญิงวินิตา ถิดียนต์(หลายคนยังไม่รู้ชื่อจริงว.วินิจฉัยกุล และคนที่เรียนเอกภาษาไทยจะต้องรู้จักกันเป็นอย่างดี) นั่นก็คือ มาลัยสามชาย ละครพีเรียดชิ้นโบว์แดง ที่ถ่ายทอดวัฒนธรรมได้อย่างลงตัว แต่เดิมได้ถูกเขียนเป็นนวนิยายเป็นตอน ๆ ลงในนิตยสารพลอยแกมเพชรเมื่อปี 2550 แล้วได้รวบรวมตีพิมพ์รูปเล่ม และได้รับรางวัลนวนิยายดีเด่นเมื่อปี 2551

มาลัยสามชาย ละครพีเรียดชิ้นโบว์แดง ที่ถ่ายทอดวัฒนธรรมได้อย่างลงตัว

เรื่องน่ารู้เล็กน้อยของมาลัยสามชาย

  1. เขียนเป็นตอน ๆ ลงนิตยสารพลอยแกมเพชรเมื่อปี 2550
  2. ตีพิมพ์เป็นรูปเล่ม และได้รับรางวัลนวนิยายดีเด่นเมื่อปี 2551
  3. แต่เดิมมีแผนสร้างเป็นละครช่อง 3 ในปี 51 หรือ 52 นี่แหละ ดาราที่ได้รับบทลอออรับบทโดยแอน ทองประสมส่วนทองไพรำ รับบทโดย พลอย เฌอมาลย์แต่ก็ไม่ได้สร้าง
  4. จึงได้บริษัท เอ็กแซ็กท์ (หรือช่องวันในปัจจุบัน) เป็นผู้สร้างแทน โดยดาราที่รับบทเป็นลอออร คือ อ้อม พิยดา และ ทองไพรำ รับบทโดย แป้ง อรจิรา ซึ่งออกอากาศทางช่อง 5 เมื่อปี 2553
  5. ทางช่องวัน ได้กลับมาออกอากาศแบบรีรันในปี 2564 ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 12.35 น.
มาลัยสามชาย ละครพีเรียดชิ้นโบว์แดง ที่ถ่ายทอดวัฒนธรรมได้อย่างลงตัว

           โดยที่ละครเรื่องนี้ได้เล่าเรื่องของลอออร หญิงสาวที่มีความดีงามและบริสุทธิ์ดั่งมาลัยที่ผ่านกับชาย 3 คน ทั้งยศ เทพ ดิเรกรุจ ซึ่งมีนิสัยที่แตกต่างกัน

            ยศ รักแรกพบของลอออร ลูกชายคนเดียวของเจ้าพระยาพลาธร และท่านผู้หญิงอุ่น จบการศึกษาจากประเทศอังกฤษ มีนิสัยเอาแต่ใจตนเอง อารมณ์ร้อน ไม่ยอมใคร ด้วยความที่เป็นลูกคนเดียว อาจจะถูกพ่อแม่เลี้ยงแบบตามใจหรืออะไรก็แล้วแต่ วันหนึ่งได้ถูกชะตากับลอออร จากนั้นจึงได้แต่งงานกัน ในช่วงแรกยศกับลอออรรักกันดี แต่ต่อมาเขาได้พบทองไพรำ โสเภณีซ่องยี่สุ่นเหลือง จนในที่สุดก็ได้เสียกัน แล้วเอามาอยู่ในบ้านพลาธร จนทำให้ลอออรกับเขาต้องแยกทางกัน

มาลัยสามชาย ละครพีเรียดชิ้นโบว์แดง ที่ถ่ายทอดวัฒนธรรมได้อย่างลงตัว

              เทพ แต่เดิมเป็นสามีของสราญเพื่อนสาวของลอออร (แต่ไม่ชอบที่ยศคบชู้กับทองไพรำแบบออกนอกหน้านอกตา) มีลูก 1 คน ชื่อหนูยิ้ม หรือสมิตา  แต่ต่อมาได้เสียชีวิตลงเมื่อตอนคลอดลูกคนที่ 2 แต่จากนั้นเขาได้ไปเติมเต็มและซ่อมแซมหัวใจของลอออรที่แตกสลาย และจากนั้นไม่นานทั้ง 2 ก็ได้แต่งกันงาน เพี่อให้ยศได้เจ็บใจ (ผู้เขียนแอบสะใจ อิอิ) ต่อมาได้กลุ่มทหารนายหนึ่งสังหาร

               และเจ้าดิเรกรุจ นายแพทย์ฉบับฝรั่ง ที่เขาจะมาเติมเต็มหัวใจของลอออรอีกครั้ง หลักจากที่เธอต้องสูญเสียเทพ จากการทหารนั้น โดยที่เขาได้พาลอออรไปอยู่ทางเหนือ รู้ดีกันอยู่แล้วว่าในสมัยก่อนหากผู้หญิงที่มีสามี 3 คน จะถูกชาวบ้านนินทาและถือเป็นเรื่องที่ไม่ดีนั่นเอง

               โดยที่เรื่องนี้นอกจะมีจุดเด่นความรักของลอออร กับชายทั้ง 3 คน ยังนำเสนอการดำเนินชีวิตของผู้คนในยุคสมัยรัชกาลที่ 5-7 ถ้าจำไม่ผิด ซึ่งวัฒนธรรมตะวันตกเริ่มหลั่งไหลเข้าประเทศไทยแล้ว  ไม่ว่าจะเป็นตึกรามบ้านช่อง ถ้อยคำที่พูดจกตัวละคร  เสื้อผ้าเครื่องเต่งกาย

มาลัยสามชาย ละครพีเรียดชิ้นโบว์แดง ที่ถ่ายทอดวัฒนธรรมได้อย่างลงตัว

                     ตัวละครที่ผู้เขียนชอบมากที่สุดคือ   ลอออร มีอุปนิสัยเป็นคนเรียบร้อย พูดจาอ่อนไหว แต่เป็นคนสู้คนในบางครั้ง และอ่อนไหวทุกครั้ง วางตัวได้ดีเมื่ออยู่กับผู้ใหญ่ เป็นหญิงที่เกิดในตระกูลผู้ดี แต่แม่ลาโลกเสียก่อน ส่วนพ่อไปมีเมียน้อยพร้อมกับการสร้างครอบครัวใหม่ แต่ก็ได้รับความอบอุ่นจากป้าจรวยตั้งแต่เด็กจนโต จนต่อมาได้แต่งงานกับยศ แต่ได้เลิกรากับลอออร เพราะการเข้ามาทองไพรำ แต่ก็ได้แต่งงานกับ เทพ ราชศักดิ์ นายทหารชั้นสูง แต่ก็ต้องจากเธอ เพราะถูกสังหาร และสุดท้ายก็ได้ลงเอยกับเจ้าดิเรกรุจ จึงได้ไปอาศัยที่เมืองเหนือ    ลอออรถือได้ว่าเป็นตัวละครต้นแบบในความเป็นกุลลสตรีงดงามดั่งช่อมาลัย ซึ่งหาได้ยากในสมัยนี้

                     มาลัยสามชาย ตอนเอามาเขียนเป็นนวนิยายว่าดีแล้ว ยิ่งเอามาทำเป็นละครสมัยออนแอร์ทางช่อง 5 นี่เรียกได้เป็นระเบียบทุกตารางนิ้ว ตั้งแต่การเลือกนักแสดง การแต่งกายของนักแสดง ถ้อยคำที่พูดในสมัยนั้น การถ่ายทอดวัฒนธรรมและวิถีชีวิตซึ่งเป็นสาระน่ารู้มาก  เป็นละครพีเรียดเนอะ ถ้าหากใครสนใจอยากรับชมละครเรื่องนี้ สามารถรับชมได้ทุกวันเสาร์ – อาทิตย์ เวลา 12.35 น. ทางช่องวัน 31

แนะนำบทความที่น่าสนใจ

ในปัจจุบันศิลปะได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตของคนเรามากขึ้น การรังสรรค์ผลงานศิลปะบนตัวรถก็เช่นกัน มีชื่อเรียกในวงการว่า การ Custom หรือคัสตอม เป็นการนำรถที่มีอยู่มาสร้างมันขึ้นใหม่ด้วยศิลปะการออกแบบ ให้มันตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของเจ้าของรถ ซึ่งวันนี้จะมาแนะนำ “K-SPEED” แบรนด์คัสตอมรถไทยโกอินเตอร์ กันครับ 

“K-SPEED” แบรนด์คัสตอมรถไทยโกอินเตอร์